0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ผู้เขียน หัวข้อ: เร่งเน้นวิจัยพืชเศรษฐกิจสำคัญประเทศ รองรับการเปิดการค้าเสรีอาเซียน  (อ่าน 1518 ครั้ง)

ออฟไลน์ teacher_a

  • Teacher
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 348
  • ขอบคุณ: 15 ครั้ง
« เมื่อ: 26-08-13 13:52:14 »
วรวัจน์ เผยการส่งออกข้าว มัน ยาง มีปัญหาสาเหตุหนึ่งมาจากขบวนการวิจัยไม่มีความต่อเนื่ิอง ยังเป็นแบบปีต่อปี ส่งผลให้รัฐตัดงบวิจัยมาตลอด


ด้านเลขาฯ วช.ระบุ นโยบายปีนี้มุ่งเร่งวิจัยพืชสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของประเทศแบบครบวงจร ใช้ประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ยึดถือประโยชน์ขององค์กร...

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโนยี กล่าวถึงการวิจัยเพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ (Economic Gronth) ภายในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2556 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ฯ ว่า เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นสมาชิกเศรษฐกิจประชาคมอาเซียน ประเทศไทย เราต้องมีการวางแผนในด้านการศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ แต่พบว่าที่ผ่านมาเรามีปัญหาในด้านการตั้งงบประมาณการวิจัย โดยเฉพาะข้าว มัน ยาง พบว่ายังมีปัญหา ทั้งๆ ที่มีศักยภาพด้านการส่งออก โดยพบว่าสาเหตุหนึ่งมาจากขบวนการวิจัยไม่มีความต่อเนื่ิองเป็นการวิจัยแบบปีต่อปี

นอกจากนี้ กลุ่มเครือข่ายงานวิจัยไม่ได้ร่วมบูรณาการทำงานร่วมกัน อย่างลำไย ซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจของประเทศ แต่พบว่าในปีที่ผ่านมา กลับพบปัญหาด้านทฤษฎีหลังการเก็บเกี่ยว ทั้งสี อายุ ที่จะส่งไปจำหน่ายในแต่ละประเทศ มีความแตกต่างกัน ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาการวิจัยต้องเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ ทั้งการเก็บเกี่ยว แปรรูป กระทั่งถึงปลายทางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหล่านี้จะทำให้งบประมาณการวิจัยในแต่ละปีที่รัฐบาลจัดให้มีความต่อเนื่อง ไม่ถูกตัดเหมือนอย่างที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลต้องการเห็นการเจริญเติบโตของประเทศ ที่ใช้การวิจัยอย่างเป็นระบบมาช่วยในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมเหมือนกับหลายๆ ประเทศในแถบยุโรปและเอเชีย

ด้าน ศ.นพ.สุทธิพร จิตมิตรภาพ เลขาธิการสำนักคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวว่า การทำงานวิจัยเพื่อให้ได้ประโยชน์จริงไม่ใช่เฉพาะกลุ่มงานวิจัย แต่ต้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์โดยรวม แต่ก็ยอมรับว่าก่อนหน้านั้น มีปัญหาด้านความไม่ต่อเนื่อง แต่เป็นเพียงในอดีต ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานในเครือข่ายได้ร่วมกันทำวิจัยที่เริ่มตั้งแต่ต้นน้ำ เพียงแต่ยังคงติดปัญหาที่แต่ละหน่วยงานของภาครัฐ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ ยังต่างคนต่างทำงาน โดยเฉพาะในด้านการวิจัยเก็บข้อมูล ส่วนแผนการวิจัยในปีนี้ วช.วางนโยบายไว้คือ วช.กับเครือข่ายวิเคราะห์ว่าต้องดูแลทุกภาคส่วน แม้วันนี้เราจะโฟกัสทุกภาคส่วนที่สำคัญ แต่เราไม่สามารถดูแลได้ครบ แม้รัฐบาลจะเน้นให้ วช.วิจัยทุกเรื่องพร้อมกันหมดก็ตาม ดังนั้น เราต้องขายความคิดให้กับรัฐว่าควรวิจัยพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศเป็นอันดับต้นๆ เพื่อประโยชน์โดยรวมของประเทศเป็นหลัก เน้นการวิจัยแบบครบวงจร ใช้ประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ยึดถือประโยชน์ขององค์กร.

ที่มา - ไทยรัฐ