0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ผู้เขียน หัวข้อ: วธ.ดันเมืองกาญจน์​ ศูนย์ท่องเที่ยวไทย-พม่า  (อ่าน 1794 ครั้ง)

ออฟไลน์ teacher_a

  • Teacher
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 348
  • ขอบคุณ: 15 ครั้ง
« เมื่อ: 26-08-13 13:46:15 »
กระทรวงวัฒนธรรมดันเมืองกาญจน์ศูนย์กลางท่องเที่ยววัฒนธรรมไทย-พม่า แห่งใหม่ รับเปิดประชาคมอาเซียน ปี 2558...


นายสุระ เตชะทัต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการเสวนา "บ้านเราอุษาคเนย์" และปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "ไทย-เมียนมาร์ ในดินแดนอุษาคเนย์" ที่ จ. กาญจนบุรี ว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยให้ความสำคัญงานด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ มากกว่างานวัฒนธรรมประเพณี จนบางครั้งหลงลืมศิลปวัฒนธรรมอันดีงาม ประเพณี พระพุทธศาสนาการแสดงเคารพ ภาษา การแต่งกายของไทยไป การประกาศเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ทำให้ไทยตื่นตัวที่จะมีความร่วมมือทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จึงเป็นโอกาสอันดีที่เราจะใช้วัฒนธรรมของไทยที่มีความคล้ายคลึงกับประเทศในอาเซียนหลอม รวมเป็นหนึ่งอัตลักษณ์ของอาเซียน ส่วนวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย ก็ต้องเคารพ สนับสนุนซึ่งกันและกัน สร้างมนต์เสน่ห์ให้แต่ละประเทศเกิดความเข้มแข็ง แลกเปลี่ยนเรียนรู้ จนเกิดความไว้วางใจ ไปมาหาสู่กัน นำไปสู่การเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม การค้าขาย การศึกษา การแพทย์ ฯลฯ

การที่ วธ. จัดงานสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านลักษณะเช่นนี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับพม่าเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 โดยเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวระหว่างไทยกับพม่า โดยผ่านทางกาญจนบุรี สะพานมอญ ด่านเจดีย์สามองค์ หงสาวดี เพื่อหวังให้ จ.กาญจนบุรี เป็นประตูสู่เศรษฐกิจและตลาดการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอาเซียน สร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ เข้าประเทศตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการเพิ่มรายได้ จากการท่องเที่ยวในปี 2558 เป็น 2.2 ล้านล้านบาท และให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 27 ล้านคน ในปี 2557 ประกอบกับปัจจุบันนโยบายพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวายที่จะพัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวแห่งใหม่ระหว่างไทยกับพม่าไปยังฝั่งอันดามันคือ โครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในเส้นทางจากกรุงเทพฯ กาญจนบุรี ผ่านทางด่านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ไปถึงทวาย ประเทศพม่า นายสุระ กล่าว.

ที่มา - ไทยรัฐ