0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีทำ TOEIC ให้ได้ 800+  (อ่าน 1339 ครั้ง)

ออฟไลน์ เอกลักษณ์

  • Expert
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 265
  • ขอบคุณ: 39 ครั้ง
« เมื่อ: 06-10-14 13:20:45 »
คุณ Superguiman(สมาชิก pantip.com) พึ่งไปสอบ TOEIC มาครับ ไปมาศุกร์ที่แล้ว อยากจะมาแชร์วิธีการทำคะแนนเยอะๆ ก่อนเข้ามหาลัย ภาษาผมห่วยมาก ตอน entrance ผมมั่วแทบทุกข้อ อ่านไม่รู้เรื่องเลย ตอนเอนท์เข้า ใช้คณิตศาสตร์อย่างเดียว ภาษาอังกฤษวัดดวงเอา


ชีวิตมันโคตรจะเร็ว แป๊บเดียวผ่านไป 4 ปี หมดเวลาสนุกแล้วซิ ถึงเวลาทำงาน แต่บริษัทแต่ละเจ้าเขามี คะแนน TOEIC ขั้นต่ำ 550 มั่ง 600 มั่ง
งั้นหนูก็ต้องไปสอบโทอิคก่อน จะได้เท่าไหร่น้าาา ตื่นเต้นจัง

พอเข้าห้องสอบ แหม่ ทำไมมันอธิบายอะไรนานจัง ตูอยากทำแล้วพอถึงเวลาทำ โห mother of god เร็วชิบ แต่ละข้อ เกือบฝนไม่ทัน

มาดูรายละเอียดกันครับ

คะแนนที่เห็นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
หลังออกห้องสอบ ผมนับข้อแล้ว ผิดไม่เกิน 30 ข้อ >> 170x5 ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 850 (อืม โชคไม่ช่วยเท่าไหร่)

มาดูกันว่าคะแนนนี้มันมาได้ไง
ก่อนเอนท์ผมอ่อนอังกฤษมาก ถึงขั้นว่าไม่รู้เรื่องเลย สอบทีต้องมั่ว พอเข้าปี 1 เทอม 2 ผมไปเจอหนังสือเล่มนึง ซึ่งก็คือเล่มนี้


มันเปลี่ยนวิธีคิดผมไปอย่างสิ้นเชิง ผมเรียนภาษาผิดมาตลอด เพราะโรงเรียนมันสอนไม่รู้เรื่อง เริ่มจาก เขียน พูด ฟัง อ่าน ใครมันจะไปทำได้วะ แถมยังมีไอ้แกรมมาร์บ้าๆอีก มันต้องเริ่มจาก อ่าน ฟัง พูด เขียน ตามลำดับ เรียนให้เหมือนเด็ก รับให้เยอะ ถึงจะมีของ ส่งออกมาได้
พอผมอ่านจบ กิจวัตรประจำวันผมเปลี่ยนไปเยอะ
ผมโหลดพวก podcast มาฟัง เปิดมันทั้งวัน ตอนอยู่บ้าน ฟังมั่งไม่ฟังมั่ง
แรกๆผมอ่านหนังสือ grade reader เกือบ 10 เล่ม (พวกหนังสือภาษาอังกฤษมีเลเวล คล้ายๆหนังสือเด็ก) จากนั้นต่อด้วยหนังสือเด็กของฝรั่งอีกจำนวนหนึ่ง

ช่วงแรกๆมันยากที่จะทำอย่างต่อเนื่อง (แน่นอน การออกกำลังกาย เล่นกล้าม ลดน้ำหนักอะไรมันทำให้สม่ำเสมอยากทั้งนั้น)
แรกๆ ผมต้องจดบันทึกว่า วันนี้ กรูฝึกภาษาไปกี่ชม
ช่วงเดือนแรกก็จะเป็นแบบ วันที่ 5 ฟัง 1 ชม อ่าน ครึ่งชม, วันที่ 6 ฟัง 2 ชม อ่าน 20 นาที, วันที่ 7 ฟัง 1 ชม 10 นาที ฯลฯ
พอผ่านเดือนแรกไป มันสบายขึ้น ความน่าเบื่อกลายเป็นความหรรษา เป็นกิจวัตรอัตโนมัติ
(เหมือนที่เขาบอก ทำอะไรให้ทำติดต่อกัน 21 วัน)
ซึ่งช่วงตื่นมา ก่อนไปมหาลัย ผมก็จะเปิด bbc podcast ไว้ตลอด ผมเป็นคนเอื่อยๆ กว่าจะแต่งตัว อาบน้ำเสร็จ นานมาก หูมันเลยฟังเยอะไปโดยอัตโนมัติ

ผ่านไปเกือบครึ่งเดือน วิชาภาษาอังกฤษก็ถึงตอนสอบปลายภาค
เกรดออกมา B+ เอาแล้ว เริ่มมันส์ คราวนี้ผมเลยยิ่งอัดหนัก เฉลี่ยวันละ 2-3 ชม อย่างต่ำ ส่วนใหญ่จะเป็นการเปิด podcast ฟังตอนก่อนไปมหาลัย ตอนอยู่บ้าน ล้างจงล้านจาน ทำไรหูว่าง ก็เปิดไป ถ้าใจไม่ลอยก็พยายามฟัง ถ้าลอยก็ช่างหัวมัน

ช่วงหลังๆ ผมหันมาอ่านหนังสือหุ้นนอก หรือหนังสืออื่นๆเป็นกิจวัตร เพราะมี tablet มี ipad อยากได้หนังสืออะไรก็ โหลด pdf หรือซื้อผ่าน amazon (reading จึงเป็นทักษะที่ผมมั่นใจที่สุด เพราะผมใช้มันอยู่ทุกวัน)

ช่วงปี 3 ด้วยความกระเหื้ยนกระหือรือ อยากหาเงินใช้ อยากลองดี ดูซะหน่อย ภาษากรูมันแค่ไหน เลยเปิดธุรกิจรับจ้างแปล คิดค่าแปลถูกๆ
ช่วงแรกๆ แทบอ้วก เครียดมาก เจอพวกวิทยานิพนธ์ abstract แบบเฉพาะทาง เคยรับงานแปลเรื่องกล้องมา แปลไม่ได้ โดนด่าเลย (เพราะเขาเป็นพวกตัวกลาง มาจ้างแปลต่ออีกที) พอแปลไปมากๆ มันเริ่มเก่ง (ปัจจุบันก็ยังทำอยู่ ใครจะจ้าง เชิญเข้าไปดูตรงหน้าโปรไฟล์ครับ ผมถนัดพวก เศรษฐศาสตร์ ธุรกิจ หรืองานเอกสารทั่วๆไป)

แต่ผมประหลาดใจเล็กน้อย ตรงที่ คะแนนด้านฟัง มันเยอะกว่าด้านอ่าน
เพราะทักษะฟังผมไม่ได้ดีเมพขนาดนั้น ผมฟังออกแต่พวกข่าว แต่ถ้าเปิดหนัง ไม่มีซับ ก็ดูไม่ค่อยรู้เรื่อง (ข่าวมันจะพูดชัดกว่าหนังเยอะ)
แต่ผมก็พอรู้สาเหตุ คือ part listening มันไม่ยาก
ส่วนไอ part reading มันค่อนข้างยาก แถมเยอะ (อ่านข้อนึง เข้าไปหลายนาที)

แต่คะแนนที่ได้ก็น่าพอใจ (ผิดจากเป้าไปเล็กน้อย)

และผมมีตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ จากเพื่อนผม บางคน
1. คนแรก รู้ศัพท์เยอะ (กว่าค่าเฉลี่ย) แต่ไม่ค่อยได้ฟัง หรืออ่านบ่อยๆ เข้าไปทำ ได้มา 400 เขาเป็นคนทำข้อสอบช้าด้วย พี่แกบอกทำไม่ทันไปเกือบ 50 ข้อ (เพราะฉะนั้น เข้าไปต้องทำเร็วๆ ข้อละ 30 วิ-1นาที part ฟัง ทำให้จบในข้อ ไม่รู้ให้มั่ว แล้วรอข้อต่อไป เพราะมามั่วทีหลังมันจะไม่ทัน เวลาน้อยมาก ส่วน part อ่าน รีบๆทำช่วงแรกๆให้ไวๆ เพราะช่วงหลังๆ มันจะให้อ่านเยอะมากๆ เสียเวลามาก) เพื่อนคนนี้บอกอีกครึ่งเดือนจะไปสอบใหม่ เขาจะฟิตวันละ 7-8 ชม เป็นเวลา 15 วัน (แต่ผมว่า ไม่ต่างกันมาก เพราะเวลามันน้อยไป)

2. คนที่สอง สอบรอบแรกได้ 635 พฤหัสที่แล้ว บอกจะไปสอบใหม่ ต้องเอาให้ได้ 700 เพราะจะไปเรียนการบินที่เมกา ไปสอบมา ห่างกันอาทิตย์กว่าๆ รอบใหม่ได้ 670 (เวลาแค่นี้ไม่ช่วยอะไร)

สรุป  จากที่เขียนมาทั้งหมด
1. ทางลัดมันไม่มี ถ้าเฉลี่ยแบบง่ายๆ ผมฝึกภาษาวันละ 3 ชม เป็นเวลา 4 ปี (3x365x4) = 4 พันกว่าชม ก่อนสอบ ผมทำข้อสอบในแบบฝึกหัดไป 40 ข้อ ได้มา 32/40 แค่นั้น ไม่ได้ทำอะไรอีก ตอนสอบก็เข้าไปแบบสบายๆ (แต่ตอนทำจะล่กนิดหน่อย เพราะมันเร็ว) เทียบกับคนที่ใช้วิธีลัด ไปลงเรียนคอร์สโทอิค ติวเข้ม เก็งข้อสอบ ถามว่ามันจะได้คะแนน 800 ขึ้นไหม (ผมคิดว่าไม่) แล้วถึงได้มา มันจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน ผมทำแบบทางตรง ฝึกๆๆๆ สุดท้ายแล้ว ผมเอาความสามารถนี้ไปใช้ทำอย่างอื่นได้มากมาย

2. ตั้งเป้าให้ใหญ่เข้าไว้ 2-3 ปี ก่อนหน้านี้ ผมเคยอ่านพวกกระทู้รีวิวโทอิค เจอเขาสอบได้ 960 กว่า ผมก็คิดว่าเขาทำได้ ผมก็ทำได้ ผมเลยตั้งไว้ว่า ผมต้องได้ 900+ สุดท้าย ไม่ได้ก็ใกล้เคียง ดีที่ผมไม่ไปตั้งว่า 550+

3. ยอมแลกหรือเปล่า ตามกฏของมัลคอล์ม แกลดเวลล์ ว่าไว้ว่า ทำสิ่งใดครบ 10,000 ชม จะกลายเป็นเทพเจ้าในด้านนั้น นี่ผมคิดคร่าวๆว่าผมชม. รวมผมแค่ 4พันกว่า ผลมันยังสุดยอดขนาดนี้

4. ต้องเชื่อ ตลอดเวลาที่ผมฝึกมา ผมไม่เคยสงสัยเลยว่าจะเก่งได้ไง ผมรู้ว่าถ้าผมมีเวลาสักปีสองปี (หรืออาจจะหลายๆปีสำหรับเรื่องใหญ่ๆ) แล้วผมชอบมันจริงๆ ผมทำได้แน่ๆ ทุกวันนี้ทุกสิ่งที่ผมทำก็ยังเป็นแบบนั้น ผมอยากเป็นเซียนหุ้น ผมอยากเป็นเซียน poker ผมอยากซื้อบ้านเป็นไร่ๆ ผมไม่เคยสงสัยว่าทำไม่ได้ แต่ให้เวลาผมหน่อย เอาจริงๆแล้ว ภาษาอังกฤษมันเรื่องขี้หมา ภาษาไทยตอนเป็นเด็กยังเรียนได้ ทำไมจะเรียนอังกฤษไม่ได้

5. รู้ว่าฝึกไปเพื่ออะไร
- ผมฝึกภาษาเพราะผมอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น แน่นอนว่าผมหางานง่ายกว่าคนที่ภาษาห่วย
- ผมลงทุนในตลาดหุ้น ผมต้องอ่านหนังสือหุ้นของฝรั่ง เพราะเนื้อหามันดีกว่ามาก
- ผมอยากหารายได้พิเศษ ผมจึงต้องรีบปั๊มให้เก่งไวๆ จะได้ไปรับงาน (คิดแบบนี้ตอนปี 2)
- ผมชอบดูหนังฝรั่ง ฟังเสียงพากย์ไทยแล้วมันไม่ได้อารมณ์

สรุปวิธีฝึก
1. อ่าน grade reader อ่านเลเวลน้อยๆ อ่านได้แล้วเลื่อนระดับขึ้นมา ถ้าสูงสุดแล้ว ไปหาหนังสือเด็กของฝรั่งอ่าน
ไม่อยากซื้อ ผมมีฟรีให้
http://www.e4thai.com/e4e/index.php?view=article&catid=34%3Adownload-sites&id=161%3Apenguin-readers

http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2012/10/K12857599/K12857599.html

(แถม ผมชอบอ่านการ์ตูน ผมเลยอ่านการ์ตูนออนไลน์ภาษาอังกฤษประจำ เป็นการ์ตูนแปลจากญี่ปุ่นนี่แหละ)

2. ฟังทุกวัน เปิดทีวี ข่าวฝรั่งฟัง ถ้าไม่มีเคเบิล ก็โหลดพวก podcast itune อะไรลงเครื่อง โทรศัพท์ วิทยุ แล้วเปิดทั้งวัน จะใส่หูฟัง หรือเสียบลำโพง ตามสบาย

3. มีสมุดจดศัพท์เล่มเล็กๆ จดมันเข้าไป จำไม่ได้ช่างหัวมัน ผมจดมาหลายพันคำละ จำได้ประมาณ 20% ซึ่งถือว่าหรู (เช่น จดไป 1000 คำ จำได้ 2 ร้อยคำ คำที่เหลือ เห็นอีก 1-3 รอบ ก็จะจำได้)

4. อ่านหนังสือ ที่สอนวิธีการเรียนภาษา
ตอนผม ผมอ่าน ภาษาอังกฤษร้ายสาระ ของมารพิณ แต่ตอนนี้คงเลิกพิมพ์ไปแล้ว
สองเล่มนี้ก็ใช้ได้เหมือนกัน

ฉีกตําราภาษาอังกฤษ เรียนอังกฤษแบบฉีกแนว แบบเก่าๆลืมไปได้เลย
http://www.chulabook.com/description.asp?barcode=9786162340352
   
เก่งภาษา 50 ล้าน
https://www.se-ed.com/product/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2-50-%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99.aspx?no=9786167652115

ขอให้โชคดีครับ
ปล. ถ้าจะเข้ามาสอบถามเทคนิคการฝึกภาษาเิพิ่มเติมก็มาที่เพจรับแปลผมได้ ฝึกมา 4 ปี มีเทคนิคดีๆพร้อมจะปล่อยอีกเพียบ หัวเราะ
เข้าไปดูตรงหน้าโปรไฟล์ได้เลย ส่ง inbox เข้ามาได้เลย (ผมลองมาหลายวิธี ทั้งโทรคุยกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งพูดคนเดียว ครอบหูฟัง podcast จนหลับ)

ที่มา - http://pantip.com/topic/30883359
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06-10-14 13:22:22 โดย aegkaluk »

ออฟไลน์ qretysder

  • qretysder
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 2
  • ขอบคุณ: 0 ครั้ง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 16-10-14 10:37:31 »
คะแนนสูงมากเลยอ่ะครับ